2007/May/23

หลังจากที่ไปเที่ยวด้วยกันช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามันทำให้เราสนิทกันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น เริ่มเปิดใจรับสิ่งต่างๆทุกๆด้านของกันและกัน ยิ่งคุยกันยิ่งทำให้รู้สึกว่า เราสองคนมีสังคมที่แตกต่างกัน จริงอยู่มันเป็นความรู้สึกที่คิดไปเอง มันอดคิดไม่ได้ เค้าบอกว่า ทุกอย่างเราสามารถสร้างขึ้นมาได้ เค้าเป็นคนที่สม่ำเสมอนะ โทรหาทุกเช้า ก่อนนอน เค้าเป็นคนแรกที่โทรหา และเป็นคนสุดท้ายที่คุยก่อนนอน เราดำเนินความสัมพันธ์ของเราแบบเรียบง่าย ไปดูหนัง ร้องเพลง ไปวัด ไปทานข้าว ก็ไปกันสองคนบ้าง ไปด้วยกันกับเพื่อนเค้าบ้าง บางอย่าง..................ที่รู้สึก(ถ้าไม่คิดไปเองนะ) เค้าอยากให้เราร่วมเดินทางไปในทุกที่ที่เค้าไป จะเห็นได้จาก เค้าไปงานแต่งงานที่สระแก้ว พอดีว่าต้องมาทำงานวันอาทิตย์ ก็เลยไม่ได้ไปด้วยแต่เราก็คุยกันเป็นระยะระหว่างการเดินทางของเค้านะ (เค้าขับรถ) ก็ด้วยความเป็นห่วง และคิดถึงด้วย เค้าบอกว่าเสียใจนะที่ไม่ได้มาด้วย พอได้ยินรู้สึกได้เลยว่า เค้าคาดหวังที่จะได้ร่วมเดินทางด้วยกันอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังซึ่งปกติแล้วเราก็หยุดวันอาทิตย์ เหมือนโดนแกล้งนายสั่งว่าต้องมาทำงาน เราโทรคุยกันตลอด คือไม่ขาดการติดต่อ ก็ต่างคนต่างคิดถึงกัน ความรักของเราคงเริ่มก่อตัวแล้วซินะ.............................................


edit @ 2007/05/23 10:31:32

2007/May/22

เราตกลงกันว่าจะไปขอนแก่นกัน เราออกจากระยองตีสี่ครึ่งในความรู้สึกนะเหมือนคู่รักที่กำลังจะไป Honey moon ยังไงไม่รู้ ระหว่างการเดินทางเรา take care กันและกัน ใส่ใจกัน เค้าเป็นผู้ชายที่เหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้เราอยากเข้าใกล้ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เร่งรีบอะไร ค่อยๆไปเหนื่อยก็พากันพัก กินขนม ดื่มกาแฟ พอถึงขอนแก่นเค้าตื่นเต้นมากเลยล่ะเพราะเป็นครั้งแรกที่เค้ามาที่นี่ โดยเฉพาะมหาลัยขอนแก่น ก็มีรูปมาฝากด้วยแหล่ะ เราไปเที่ยวที่ วัดหนองแวงเป็นประจำจังหวัด บึงแก่นนคร ถนนข้าวเหนียว บึงหนองโคตร มหาลัยภาค (ที่เรียนเราเอง) เขื่อนอุบลรัตน์ หมู่บ้านงูจงอาง พระธาตุขามแก่น สถานที่ต่างๆที่กล่าวมาเป็นสถานที่สำคัญของขอนแก่น ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสไปที่ขอนแก่นก็อย่าลืมไปนะคะ

นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกของเรา ทุกอย่างเรียบง่าย ต่างคนก็เป็นตัวของตัวเองพูดและทำตามความรู้สึกของตัวเองมันทำให้เรียนรู้อีกอย่างว่า.....

การที่พูดและแสดงออกในทุกๆเรื่องที่รู้สึกต่อกัน มันทำให้เราเข้าใจกันได้ดีกว่าให้ต่างคนต่างคิดเอาเอง เพราะอาจไม่เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างแท้จริง ความจริงใจที่กำลังค้นหาอยู่มันอยู่แค่เอื้อม อย่าใสหน้ากากเข้าหากัน ทุกอย่างโปร่งใส อย่าเป็นภาพลวงตา

แต่อันที่จริงแล้ว กลับกลายเป็นว่า เราต่างหากที่ไม่กล้าแสดงออกตามความรู้สึกของเราเอง เหมือนกับว่าเราสร้างกำแพงมากี้นความรู้สึกที่มีต่อเค้า เหมือนกำลังวางฟอร์มว่าเราเป็นผู้หญิง อย่าพูดแบบนั้น อย่าทำแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าฝืนใจ เราเทียบอะไรกับเค้าไม่ได้เลย

ความรักของเราจะเป็นยังไงต่อไป...........................ยังไม่รู้เลย


edit @ 2007/05/23 09:34:55
edit @ 2007/05/23 10:36:22

2007/May/22

วันนี้นะไม่รู้เป็นไงเลิกงานแล้วก็เลยโทรหาเค้า ก็คิดถึงน่ะแหละ เค้าก็เลยชวนไปนั่งที่ Too Seat ร้านนี้อยู่ตรงข้ามบ้าน แปลกที่เราไม่รู้จักเลย เพราะเราเองน่ะที่มองผ่านไปเองมองไม่เห็นสิ่งดีดีที่อยู่ใกล้ตัวยังไงล่ะ เป็นร้านที่ โรแมนติกมาก ก็นั่งข้างเค้าแหละ เค้าก็ยังคง take care ดีเหมือนเคย ดื่มน้ำไรดี ทานไรรึยัง ทานไรดี คำพูดนี้จะได้ยินบ่อยๆคือ มันเป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย เรานั่งศอกชนกันคือกำลังค้ำโต๊ะ เราเอาปลายนิ้วสัมผัสกัน คล้ายๆแตะ แต่ความรู้สึกมันมากกว่านั้น มันเหมือนมีอะไรดึงดูดเราเข้าหากันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรเพื่อนๆยังไม่รู้เลยว่าเราทำอะไรสายตาของเราที่มองกันเหมือนเรารู้จักกันมานาน รอยยิ้มที่มีให้กัน มันดูจริงใจมาก...........อย่างบอกไม่ถูก เรามาพบกันที่ตรงกลาง

ความอบอุ่นที่สัมผัสได้จากเค้าอยากกอดเค้าไว้นานๆ มันไม่ใช่เพราะเหงานะ

เค้าพูดออกมาว่า วันนี้เป็นที่เค้ามีความสุขมาก ซึ่งความรู้สึกนี้เค้าไม่ได้มีให้ใครมานานมากแล้ว ไม่อยากจะเชื่อว่าเค้าก็ชอบเรา ซึ่งเค้าไม่น่าจะชอบผู้หญิงลักษณะอย่างเราได้เลย วันนี้ก่อนนอน เค้าชมว่าเราน่ารัก ก็คงฝันดีกันทั้งคู่ ^_^


edit @ 2007/05/22 16:29:09